บทละคร,เรื่องสั้นเด็ก-เยาวชน,สารคดี,กลอน

อ่านเพลินๆ อ่านสบายๆ ยามว่าง

ใครลิขิตชีวิตนี้

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

เสนอละครวิทยุ  ชุดดำรงไทย

แต่ง  และเขียนบท  โดย  นางสลวย  โรจนสโรช

ออกอากาศ  ณ  สถานีวิทยุ  กองพล 1 รักษาพระองค์

วันเสาร์  ที่  …

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

 

ผู้ประกาศ              ต่อไปนี้เป็นละครวิทยุ  ชุดดำรงไทย  เรื่อง  “ใครลิขิตชีวิตนี้”

…..  เพลงประจำรายการ  …..

 

ช่อวิเชียร               เฮอ  ร้อน  รำคาญจัง  รถแน่นยังกับอัดอยู่ในปลากระป๋อง  ทำไมนะ  รถประจำทางกับผู้โดยสารไม่เคยเหมาะสมกันสักที

ป้า                           อ้าว  บ่นอะไรล่ะ  ช่อวิเชียร  ยังเด็ก ๆ ขี้บ่น  พอแก่อย่างป้า  มิบ่นยานคางไปเลยหรือนี่

ช่อวิเชียร               ตายจริง  คุณป้ามาเมื่อไรค่ะนี่  หลานไม่ทันเห็น  สวัสดีค่ะคุณป้า

ป้า                           ไหว้พระเถอะหลาน  ป้ามาตั้งแต่บ่าย  ไม่มีใครอยู่บ้าน  มีแต่เด็กรับใช้

ช่อวิเชียร               เขาหาน้ำหาท่าให้คุณป้าหรือเปล่าค่ะนี่  ตายแล้ว…

ป้า                           เรียบร้อยจ๊ะ  เด็กเขารู้หน้าที่ของเขาดี  ป้ามาร้อน ๆ เหนื่อย ๆ เขาก็ยกน้ำยกท่ามาให้  …  เอ้าหลานก็เหนื่อยมา  ร้อนมา  น้ำนี่ไงล่ะหลาน  มา  ป้าจะรินให้

- เสียงรินน้ำ  เสียงแก้ว -

ช่อวิเชียร               ตายจริง  คุณป้ารินน้ำให้หลาน  ขอบพระคุณค่ะคุณป้า

ป้า                           เออ  กราบพระเถอะหลาน  จริงนะ  พ่อแม่  ปู่ย่าตายาย  ก็เสมือนพระของลูกของหลาน

ช่อวิเชียร               คุณป้าค่ะ  รถประจำทางแน่นเอี้ยดทุกวันเลยค่ะ  หลานเบื้อเบื่อ  เมื่อไรคุณพ่อจะมีเงินมีรถยนต์กับเขาสักคันก็ไม่ทราบ

ป้า                           คนมีรถนะ  เสียค่าใช้จ่ายมากนะหลาน  ไม่ใช่มีแต่เงินซื้อรถอย่างเดียว  ยังจะเสียค่าน้ำมันเอย  ค่าสึกหรอเอย  รู้ไหมว่า  เขาต้องมีการล้างอัดฉีดกันทุกเดือน  ไม่งั้นของมันก็เสื่อมเร็ว  ไม่รู้ว่าต้องเสียค่าอะไรต่อมิอะไรกันอีก

ช่อวิเชียร               คุณพ่อคุณแม่ไปทำงาน  หลาน ๆ ไปโรงเรียน  ค่ารถประจำทางก็คงพอ ๆ กับค่าน้ำมันกระมังคะคุณป้า  ปัญหาของเรามันอยู่ที่ไม่มีเงินจะซื้อรถสิคะ  เขาว่าราคาคันหนึ่งเป็นแสน ๆ อย่าว่าแต่เงินแสนเลยค่ะคุณป้า  เงินหมื่นยังไม่มีติดบ้านเลยค่ะ  หลานได้ยินคุณพ่อพูดกับคุณแม่

ป้า                           อ้อ…  ขืนมีรถกันทุกคน  ทุกครอบครัว  ก็ไม่มีถนนจะวิ่ง  เงินค่าน้ำมันคงจะต้องออกนอกประเทศมากมายมหาศาล  ประเทศเราก็คงจนลงไปกว่านี้อีกแยะ

ช่อวิเชียร               แต่หลานอยากรวยเหลือเกิน  เห็นเขานั่งรถยนต์กัน  เขารวยกัน  มันก็อยากจะมีเหมือนเขาค่ะคุณป้า  คุณป้าคิดว่าหลานจะมั่งมีเหมือนคนเขามีเงินมาก ๆ ได้ไหมคะ

ป้า                           ก็คงจะได้

ช่อวิเชียร               ทำอย่างไรค่ะคุณป้า  แหมหลานอยากทราบจังเลยค่ะ  เบื่อความยากจนของเราเต็มทน  อยากได้อะไรมันก็มักจะไม่ค่อยได้สมใจ

ป้า                           เอาละ  หลานอยากจะเป็นคนรวยกับเขาบ้าง  แล้วอยากได้อะไรอีกล่ะ

ช่อวิเชียร               (หัวเราะ)  โธ่  คุณป้า  คนเรามันก็อยากได้อะไรไปทั้งนั้นแหละค่ะ  อยากได้ปริญญาเอก  เรียนให้เก่งได้ปริญญาเอก  โก้หรูไปเลย

ป้า                           ก็คงจะต้องได้

ช่อวิเชียร               คุณป้าว่าอะไรนะคะ  อยากรวยก็จะรวย  อยากได้ปริญญาเอกก็จะได้  คุณป้าล้อหลานหรือคะนี่

ป้า                           เปล่า  ป้าไม่ได้ล้อ  ป้าพูดจริง ๆ คนเราอยากจะเป็นอะไร  เราก็ต้องได้

ช่อวิเชียร               เขาว่าคนเราจะเป็นอะไรนั้นเป็นไปตามพรหมลิขิตค่ะ  ฝืนไม่ได้ดอกค่ะ

ป้า                           พระพรหมท่านไม่มายุ่งดอกหลาน  เราต่างลิขิตชีวิตของตนเอง  ให้เรามั่งมี  หรือให้เราจน  ให้เราสอบตกหรือว่าสอบได้…

ช่อวิเชียร               หลานชักจะสนุกเสียแล้ว  คุณป้าพูดจริง ๆ หรือคะนี่

ป้า                           ป้าเคยพูดหลอกหลานเมื่อไรล่ะ  หลายเคยฟังเรื่องคนอยากจะตาบอด  แล้วก็ตาบอดได้ไหมล่ะ

ช่อวิเชียร               เอ  ไม่เคยค่ะ  คุณป้า

ป้า                           ดีแล้ว  ป้าจะเล่าให้ฟัง

- เพลงญี่ปุ่น -

ป้า                           ครั้งหนึ่งนะ  เมื่อญี่ปุ่นทำสงครามกับประเทศจีน  จะบุกแมนจูเลีย  ญี่ปุ่นก็คิดว่า  ทำอย่างไรจึงจะเอาชนะจีนได้  เพราะแมนจูเลียเป็นดินแดนของจีน  จีนก็ย่อมจะชำนาญภูมิประเทศมากกว่า  ดังนั้น  วิธีการที่จะบุกแมนจูเลียได้ต้องใช้เวลากลางคืน

ช่อวิเชียร               ค่ะ  แล้วยังไงค่ะคุณป้า

ป้า                           ญี่ปุ่นเตรียมการอยู่นานถึงหกเดือน  โดยเตรียมทหารหนึ่งกองทัพ  กี่กองทัพป้าไม่รู้  ทหารเหล่านี้จะต้องมีดวงตาที่มีความสามารถเหมือนตานกฮูก  คือกลางวันตาจะบอด  แต่กลางคืนตาจะมองเห็นอย่างดี

ช่อวิเชียร               เอ  เขาทำอย่างไรคะคุณป้า

ป้า                           ทหารทุกคนกลางวันผูกตามืดสนิทหมด  จะทำอะไร  มีคนจูงให้ทำ  มองไม่เห็นอะไรเลย

ช่อวิเชียร               คงต้องแอบเปิดผ้าผูกตากันบ้างนะคะคุณป้า

ป้า                           ไม่มีดอกจ๊ะ  ญี่ปุ่นเขามีวินัยดีมาก  เขารู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่เขารับมอบหมายมาอย่างดี  ทหารทุกคนเคร่งวินัย  แม้อยู่บ้านไม่มีใครเห็นเขาก็ผูกตา  คนที่บ้านช่วยเหลือเป็นอย่างดี  เรียกว่าเขามีวินัยกันทั้งชาติ  และเขาก็ปกปิดเป็นความลับอย่างดีด้วยนะ

ช่อวิเชียร               ยอดเลยนะคะคุณป้า

ป้า                           พอกลางคืนเขาก็เปิดตาออก  ทำอย่างนี้ทุกวันอยู่นานถึงหกเดือน  สายตาของพวกนั้นก็สู้แสงสว่าง  เช่น  แสงแดดกลางวันไม่ได้  แต่กลางคืนกลับมองเห็นดี  เหมือนตานกฮูก  พอเขาพร้อม  เขาก็บุกแมนจูเลีย

ช่อวิเชียร               หลานคิดว่า  ญี่ปุ่นชนะใช่ไหมค่ะ

ป้า                           เห็นไหมจ๊ะ  แม้เรื่องยากแสนยากใช้คนเป็นจำนวนมาก  เขาก็ยังทำได้

ช่อวิเชียร               เขายอดจริง ๆ นะคะคุณป้า

ป้า                           ยังมีอีก

- เพลงเบา ๆ -

ช่อวิเชียร               อะไรอีกค่ะคุณป้า

ป้า                           ใครอยากเป็นง่อยก็เป็นได้

ช่อวิเชียร               (หัวเราะ)  แกล้งหกล้ม  ให้เป็นอัมพาตกระมังคะ

ป้า                           เปล่า  ช่อวิเชียรลองดูสิ  หลานไม่อยากจะเดิน  ไม่นานหลานก็เดินไม่ได้  ขอให้ไม่เดินเลยจริง ๆ นอนมันเฉยเสีย  หรือจะนั่งก็ได้  แต่ไม่ใช้ขา

ช่อวิเชียร               เอาละค่ะ  สมมติว่าไม่ใช้

ป้า                           พอนานเข้า  ขาของหลานก็จะลีบ  ชา  แล้วก็เดินไม่ได้  ก็เลยเป็นง่อย  ไงล่ะ

ช่อวิเชียรและป้าหัวเราะพร้อมกัน

ช่อวิเชียร               ค่ะ  หลานเชื่อ  ทีนี้มาเรื่องของหลานบ้างล่ะคะ

ป้า                           เดี๋ยวก่อน  หลานสังเกตหรือเปล่าว่า  การที่เราต้องการจะเป็นอย่างไร  ต้องเป็นได้  เพราะอะไร

ช่อวิเชียร               มีความตั้งใจจะเป็นอย่างนั้นสิคะคุณป้า

ป้า                           พอตั้งใจปับก็ได้ทันทีหรือคะ

ช่อวิเชียร               แหมอีกตั้งนานค่ะ  ดูแต่ต้องการให้ขาลีบมิต้องนอนอยู่เป็นเดือน ๆ เหมือนทหารญี่ปุ่นหรือคะ

ป้า                           นั่นนะซิ  ต้องอาศัยเวลาพอ

ช่อวิเชียร               เอ  เราจะต้องพยายามทำตามที่เราตั้งใจไว้ใช่ไหมคะ

ป้า                           เก่ง  หลานเข้าใจได้ดีมาก  เอาละทีนี้หลานอยากจะได้อะไรบ้างนะ

- เพลงคั่นแสดงว่าคิด -

ช่อวิเชียร               หลานอยากเรียนให้เก่งได้ปริญญาเอกค่ะ

ป้า                           หลานอยากได้จริง ๆ หรือเปล่า

ช่อวิเชียร               โธ่  คุณป้าคะ  หลานอยากได้จริง ๆ ค่ะ  เห็นคนเขามีชื่อว่า  ดอกเตอร์แล้วมันโก้พิลึก  หลานสวดมนต์ภาวนาทุกคืน  ขอให้พระช่วยให้หลานเรียนหนังสือเก่งๆ

ป้า                           เพียงแต่สวดมนต์ขอพระช่วยเท่านั้นหรอ

ช่อวิเชียร               (หัวเราะ)  ว่าที่จริงหลานก็ว่าตัวพยายามแล้วนะคะ  แต่มันจำอะไรไม่ค่อยได้ค่ะ  อาจารย์ท่านว่าหลานจะเรียนต่อเห็นจะยากค่ะ

ป้า                           ก็เรามัวแต่สวดมนต์วิงวอนพระอย่างเดียว  แล้วทำอะไรที่จะช่วยให้เราเรียนดีขึ้นมาบ้างล่ะ  หลานคิดหรือเปล่าว่าการจะเรียนให้ถึงปริญญาเอกนั้น  เราจะต้องเรียนให้ดีตั้งแต่ตอนต้น ๆ นี่เสียก่อน

ช่อวิเชียร               ค่ะ  คุณป้า

ป้า                           ช่อวิเชียรเห็นหรือเปล่าว่ากว่าที่หลานจะเรียนมาถึงตอนนี้  หลานจะต้องเรียนผ่านอะไรมาบ้าง

ช่อวิเชียร               ผ่านชั้นประถม  มาชั้นมัธยมต้น  แล้วนี่ก็ขึ้นชั้นมัธยมปลาย  แล้วก็ยังไม่ทราบว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยได้หรือเปล่าค่ะคุณป้า

ป้า                           นั่นนะซิ  มันต้องสะสมเอาไว้  ถ้าตอนนี้หลานเรียนไม่ดี  หลานเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้  หลานจะได้ปริญญาตรีไหมจ๊ะ

ช่อวิเชียร               ก็คงจะไม่ได้ค่ะ  คุณป้า

ป้า                           แล้วหลานจะมีหวังได้ปริญญาเอกไหมจ๊ะ

ช่อวิเชียร               ค่ะ  ไม่มีหวัง

ป้า                           (ถอนใจ)  ขอน้ำหน่อย  ป้าพูดเสียหิวน้ำเลย

ช่อวิเชียร               นี่ค่ะ  คุณป้า

ป้า                           ขอบใจหลาน

- มีเสียงวางแก้วน้ำ -

ป้า                           ชื่นใจ  น้ำเย็น ๆ นี่ทำให้ชื่นใจ  คำพูดของคนนี่ก็เหมือนกันนะ  ถ้าพูดหวาน ๆ ก็ทำให้คนฟังชื่นใจ  …  ป้าพูดถึงอะไรแล้วล่ะ  ช่อวิเชียร

ช่อวิเชียร               ค่ะ  คุณป้าบอกว่าถ้าหลานไม่เรียนให้ดี ๆ สะสมไว้ตั้งแต่ต้นหลานก็เรียนไม่ถึงปริญญาเอกสมความปรารถนาค่ะ

ป้า                           คนเราเมื่ออยากจะได้อะไร  มันต้องตั้งใจจริง  แล้วก็ต้องทำด้วย  คือต้องพยายามขวนขวายทีละน้อย ๆ ให้เราค่อยได้มาสะสมเอาไว้จะได้สมความปรารถนา  แต่ต้อง…

ช่อวิเชียร               ต้องอะไรอีกล่ะคะ  คุณป้า

ป้า                           ต้องอาศัยเวลา  ไม่เลิกละเสียง่าย ๆ ถ้าหากเวลานานพอ  เราก็ต้องสมความปรารถนา  ไม่ใช่พออยากได้อะไรปับมันก็ได้ปุบทันที  ต้องเวลานานพออีกด้วย

ช่อวิเชียร               (ถอนใจ)  แหมมันไม่ง่ายนักดอกค่ะ  เรื่องเรียนนี่ต้องตั้งใจเรียนมาตั้งแต่ชั้นประถม  มัธยมต้น  มัธยมปลาย  มหาวิทยาลัย  เอาปริญญาตรี  แล้วก็โท  แล้วก็เอก  นานนะคะ  ต้องพยายามอยู่นานมากทีเดียว

ป้า                           เห็นไหมจ๊ะ  ถ้าเป็นอย่างป้าว่า  หลานก็จะสำเร็จสมดังความปรารถนา  แต่หลานก็เห็นแล้วใช่ไหมจ๊ะว่า  ได้แน่ ๆ ถ้าทำอย่างป้าว่า

ช่อวิเชียร               ค่ะ  แต่การเรียนอาจจะได้  การมั่งคั่ง  มีเงินมีทองมาก ๆ นี่ซิคะยาก

ป้า                           อือ  ป้าก็ว่าไม่ยาก  ลองคิดดูสิ

- เพลงเบา ๆ คั่น  แสดงคิดดูสิ -

ช่อวิเชียร               คิดไม่ออกดอกค่ะ  คุณป้า

ป้า                           ไม่น่าที่ป้าจะต้องบอกเลย  หลานมีเจตนาคือมีความตั้งใจจะรวยใช่ไหม

ช่อวิเชียร               ค่ะ  หลานตั้งใจแน่ ๆ ค่ะว่าอยากจะรวยกับเขาบ้าง

ป้า                           เอาละ  แล้วหลานจะต้องทำอะไร

ช่อวิเชียร               โธ่  หลานจะไปเอาที่ไหนมารวยล่ะค่ะ  คุณป้า  เงินนี่หายากยิ่งกว่าเรียนเสียอีก

ป้า                           คนเราก็ต้องรู้จักทำมาหากิน  เคยได้ยินไหมล่ะ  เด็กรับใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ กลายมาเป็นมหาเศรษฐี  มีเงินร้อยล้านพันล้านยังได้นี่นา

ช่อวิเชียร               (ถอนใจ)  หลานไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรนี่คะ

ป้า                           คนเราก็ต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพใช่ไหม  หลานโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่  หลานจะทำมาหากินไปจนแก่ตายได้อย่างไรล่ะค่ะ  ตอนนี้หลานก็ต้องหาความรู้สำหรับไปประกอบอาชีพ

ช่อวิเชียร               เงินเดือนไม่พอกินพอใช้ดอกค่ะ  เราจะต้องขยันนั่นสิจ๊ะ  เมื่อหาได้มาเราก็ใช้หมดไม่ได้  ต้องเก็บหอมรอมริบเอาไว้

ป้า                           ค่ะ  ต้องประหยัด  เขาว่า  มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท  อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์  มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง

ช่อวิเชียร               ค่ะ  หลานทราบ  ต้องประหยัด  ต้องใช้น้อย ๆ

ป้า                           ใช่แล้ว  เมื่อหาก็ต้องหาด้วยความขยัน  หมั่น  แล้วก็เพียร  เมื่อได้มาก็ต้องรู้จักประหยัด  นั่นสินะ  เงินมันต่อเงิน  เมื่อประหยัดทีละน้อยไม่ช้าก็ได้มากขึ้น  มากขึ้น  ก็ขยันหามามากขึ้น  ไม่ช้าเงินก้อนเล็กก็เป็นก้อนใหญ่  มีเงินร้อยก็จะกลายเป็นเงินพัน  มีเงินพันไม่ช้าก็จะกลายเป็นเงินหมื่น…

ช่อวิเชียร               ค่ะ  มีเงินหมื่นไม่ช้าก็เป็นเงินแสน

(ป้า  หลาน  หัวเราะพร้อมกัน)

ป้า                           ไม่ช้าหล่อนช่อวิเชียรของป้าก็คงมั่งมีเงินทองกับเขาบ้าง  ต่อมาก็จะเป็นเศรษฐีน้อย ๆ

ช่อวิเชียร               ค่ะ  แล้วต่อไปก็จะเป็นเศรษฐีมีเงินมาก

ป้า                           เห็นไหมว่าเมื่อหลานต้องการจะเป็นคนร่ำรวย  มันก็เป็นได้  ถ้าหลานมีความตั้งใจจริงก็ต้องลงมือทำ  ไม่ใช่ตั้งใจแล้วไม่ทำ  มันต้องพร้อมทั้งใจ  ทั้งกาย  ทั้งคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แก่ตนเอง  เรียกว่าต้องมีเจตนาและต้องมีการปฏิบัติด้วยความอดทนพยายาม

ช่อวิเชียร               แล้วเมื่อมีระยะเวลานานพอก็จะสำเร็จสมความปรารถนา  (หัวเราะ)  ค่ะ  คุณป้า  หลานช่อวิเชียรของคุณป้า  จะต้องเป็นเศรษฐีเข้าวันหนึ่ง

ป้า                           เมื่อคนเราตั้งใจจริง  ทำจริง  ไม่ช้าเมื่อถึงเวลาหนึ่งก็จะสำเร็จสมดังความปรารถนา

ช่อวิเชียร               ค่ะ  หลานคิดว่า  ถ้าเช่นนั้นเราก็เป็นคนวางแผนชีวิตของเราเองซินะคะ  ไม่ใช่พระพรหมท่านจะมาวางไว้ให้

ป้า                           นั่นสิ  ใครจะดีใครจะชั่วก็ทำตัวของตัวเองทั้งนั้น  ปรารถนาจริงบ้าง  ไม่จริงบ้าง  หรือเรียกว่าดีแต่คิดแล้วไม่เอาจริง  ปัดไปเป๋มา  แล้วก็โทษว่าโชคไม่ดีบ้าง  กรรมเก่าไม่ดีบ้าง  มันเป็นการปัดความรับผิดชอบในชีวิตของตนไปให้ใครต่อใครก็ไม่รู้  เชื่อป้าแล้วหรือยังว่า  คนเรานั้นเมื่อต้องการอะไรย่อมได้  ขอให้มีความตั้งใจแรงพอ  มีความพยายามหมั่นเพียรที่จะบรรลุความปรารถนา  และขอให้มีเวลานานพอ  เท่านั้นเอง

ช่อวิเชียร               ค่ะ  หลานรู้แล้วว่า  เราลิขิตชีวิตของเราเอง  เราจะประสบความสำเร็จหรือความพลาดหวังทั้งหลายก็เพราะตัวของเราเองนะคะคุณป้า

ป้า                           จ๊ะ  ชีวิตนี้เราลิขิตชีวิตของเราเอง

- เพลงประจำรายการ -

ผู้ประกาศ              บทละครวิทยุที่จบลงไปนี้…

 

�างf �&��@� Ѝ ��เขาพาดอกแล้ว…  แล้วก็ออกจากบ้านนั้นไป…  ความรู้สึกของดิฉันสะท้านไปหมดสิ้น  …  แต่ดิฉันกลับทิ้งเขาขับรถเตลิดเปิดเปิงกลับบ้าน

 

นักหนังสือพิมพ์                  ทำไมคุณจึงทำเช่นนั้น

สนทยา                                  ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน  (ตอนนี้น้ำตาของเธอพรั่งพรูสะอึกสะอื้น)

นักหนังสือพิมพ์                  คุณคงตกใจเกินไป

สนทยา                                  ดิฉันไม่รู้ดอกค่ะ  แต่ดิฉันตกใจจริง ๆ …ตกใจเหมือนกับว่าดิฉันฆ่าเขาเสียเอง  ปืนกระบอกนั้น  ขณะนั้นยังอุ่นอยู่ในกระเป๋าของดิฉัน…  ดิฉันเก็บมันมาด้วย  …ด้วยความกลัว  ไม่ทราบว่ากลัวอะไร

นักหนังสือพิมพ์                  คุณถูกจับเพราะปืนกระบอกนั้น

สนทยา                                  กรณีแวดล้อมเหลือเกินค่ะ  …ปืนอยู่ในความครอบครองของดิฉัน  มีรอยเขม่าแสดงว่ายิงออกไปจริง ๆ และอยู่ในกระเป๋าของดิฉันเอง  ยิ่งกว่านั้น  คนที่บ้านและตำรวจที่ดิฉันผ่านไป  เห็นรถของดิฉันแล่นออกไปจากบ้านก่อนหน้าที่โรจน์จะถูกยิง  แล้วดิฉันกลับมา

นักหนังสือพิมพ์                  คุณไม่มีทางจะแก้ตัวได้เลย

สนทยา  (ร้องไห้)                แม้ดิฉันจะไม่ได้ฆ่าเขา  แต่ก็เสมือนฆ่าเขา  ดิฉันฆ่าเขาด้วยคำพูด  ดิฉันพูดให้เขาน้อยเนื้อต่ำใจ  และดิฉันยังขับไล่ใสส่งเขามาตาย

นักหนังสือพิมพ์                  คุณไม่ได้เจตนา

สนทยา                                  ค่ะ  บางที…  บางทีดิฉันจะมีเจตนาจงใจให้เขาไปตายจริง ๆ ภาพนั้นเป็นภาพสุดท้ายของเขา  มันเสร็จในเช้าวันนั้นเอง  ก่อนหน้าที่เขาจะตายเพียงไม่กี่นาที  (สะอื้น)

นักหนังสือพิมพ์                  ใครส่งมันเข้าประกวดล่ะครับ

สนทยา                                  ทนายของดิฉัน  เขาจัดการส่งมันเข้าประกวดขณะที่ดิฉันอยู่ในคุก  มันได้รับรางวัล…  คุณคิดดูสิคะ  มันเป็นงานชิ้นเอกของโรจน์  นายเล็ม

บลังก์  จิตรกรเอกของเมืองไทย

นักหนังสือพิมพ์                  งานชิ้นสุดท้ายที่นำความภาคภูมิและชื่อเสียงมาตุภูมิของเขา

สนทยา                                  ค่ะ  โรจน์ได้ถ่ายทอดความรู้สึก  อารมณ์รันทด  และระคนด้วยความรักอย่างสุดซึ้งของเขาลงในภาพของสมิงพระราม

นักหนังสือพิมพ์                  ผมเห็น  …  มันทำให้ภาพนั้นดูเหมือนจะหายใจอย่างสะท้อนสะท้านอยู่ด้วยแรงสะอื้นที่ดันท้นอยู่ในอกของสมิงพระราม

สนทยา                                  ค่ะ  …ภาพนั้นเหมือนมีดวงวิญญาณของเขาสถิตอยู่…วิญญาณของโรจน์  บุคคลที่ดิฉันบูชา  …เจ็ดปีในคุกทำให้ดิฉันได้คิด  ได้รู้ว่าเขารักดิฉัน  เขาเป็นบุคคลที่ดิฉันควรยกย่อง

นักหนังสือพิมพ์                  คุณคิดจะขายมันหรือไม่  ผมทราบว่าทางต่างประเทศได้ติดต่อมา

สนทยา  (ร้องไห้)                ม่ายค่ะ  …ขอให้มันเป็นของดิฉัน  …มันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายและเป็นชิ้นเอกของเขา  …ขอให้ดิฉันได้เก็บมันไว้เป็นที่ระลึกถึงเขาเถอะค่ะ  โปรดขออย่าได้พูดถึงการขายอีกเลย  …มันเป็นสุดที่รักที่ดิฉันภูมิใจ  มันเป็นเครื่องหมายของความรักระหว่างเราสองคน…

 

แสดงความคิดเห็น »

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.